ทำไมผู้ชายไทยถึงต้องใส่ตุ้มหูระย้ากางเขนเลียนแบบเค้า + เม้างานหนังสือแบบเลทๆ
posted on 11 Apr 2007 13:55 by gaylordbitchเอ็นทรี่วิจารณ์สังคม เรทบล็อกก็สมควรเป็น

-----------------------------------------------
เมื่อชีวิตมันห่วย สิ่งที่ทำได้ ก็แค่ ต้องปากหมา วิจารณ์คนอื่นไปเท่านั้นเอง
ขอเริ่มเลยละกัน
ทุกวันนี้ ดิฉันขัดตาขัดใจมาก กับแฟชั่นผู้ชายไทยสมัยนี้ ที่ชอบใส่ตุ้มหูระย้า
บางคนหน้าตาดี ใส่แล้วก็ดูดีอยู่หรอก แต่บางคน หน้าตาแบ่บ รับไม่ได้จริงๆ ดำๆ มันๆ บ้ำๆ หัวเกรียน แต่ก็ใส่ตุ้มหูกางเขนระย้า แหม มันช่าง...
ยกตัวอย่างชัดๆ เช่น
กอล์ฟไมค์ใส่ = พอทน
เจ เค็น ไอซ์ใส่ = เริ่มไม่ไหวละ
เด็กเกิ๊บ แว๊น แซ๊บ (อะไรก็ได้แล้วแต่จะเรียก)ใส่ = รับไม่ด้ายยยยจริงๆ
คาดว่า เทรนด์นี้ ก็คงรับติดต่อมาจากเกาหลีฟีเวอร์ เสมือนโรคติดต่อยังไงหยั่งงั้น ว่างั้นเหอะ
มันก็ไม่แปลกหรอก แต่ก็ขัดใจเล็กๆ
ก็แหม ไม้กางเขนเนี่ย เปนแฟชั่นไอคอนก็จริง แต่ว่า มันก็มีความหมายไปในทางศาสนาด้วยอ่ะนะ แล้วเกาหลงเกาหลีเค้าก็นับถือคริสต์กันซะเยอะ แต่บ้านเรานี่สิ แหม เมืองพุทธนะเธอ มาเดินกางเขนระย้าทั่วบ้านเมือง มันก็ดูแปลกๆไปหน่อย
(ตามที่มีคนคอมเมนท์ บอกว่าถ้าศิลปินเอาพระเครื่องมาห้อย คงดูประหลาด ก็แหงสิ เพระมันไม่ใช่แฟชั่นไอคอนไง แต่ไม้กางเขนมันใช่ แต่มันก็สื่อถึงทางศาสนาด้วย เดี๊ยนพูดผิดตรงไหนวะคะ? ไม่รู้จะเถียงเอาไรกะกูมากมาย)
จะรับอะไรเค้ามา บางทีก็น่าจะคิดกันหน่อย ไม่ใช่สักแต่ว่าใส่ตามเค้าไปวันๆ แล้วก็คิดว่า "แหม กุนี่เท่สุดๆ" เฮ่อ คิดแล้วก็อนาถใจนิดๆ
เพราะมันสะท้อนความจริงที่ว่า พี่ไทยเรา สักแต่ว่าเลียนแบบเค้า
แหม บ่นเปนคนแก่ไปซะเยอะ พาลจะโดนเกลียดเอา
อย่าหาว่าเราคิดมากเลย แค่คิดลึกซึ้งกว่าคนอื่นก็เท่านั้น
แต่ลองคิดดูละกัน
ว่าถ้าเห็น พี่โจ๊ก โซคูลใส่ จะเปนไงน้อ?

ไม่ได้รังเกียจอะไรนะ แค่"รับไม่ได้"จริงๆ
ในขณะเดียวกัน ความจริง ฉันก็มีนะคะ ตุ้มหูระย้ากางเขนเนี่ย โง่ซื่อซื้อมา เพราะเค้าบอกว่าเหมือนของแจ แต่ใส่แล้วดูอุบาทว์เลยเลิกใส่ไป ถ้าคุณเห็นรูปนี้แล้วรู้สึกคลื่นเหียน ก็อารมเดียวกะเวลาฉันเห็นพวกแซ๊บใส่ตุ้มหูกางเขนแล้วขนลุกอ่ะแหละ

มันดูไม่ดีจริงๆนะเออ
หลังๆนี่พวกทอมก็ใส่กันเยอะเชียว (ใส่แล้วก็ดูสาวขึ้นมาซะอย่างงั้น ขำชิบหาย)
วันก่อนเห็นแซ๊บที่ซีคอนเริ่มใส่แล้วด้วย บอกได้คำเดียวว่ารู้สึกแซ๊ดจริงๆ ถ้าอีกหน่อย วินมอไซค์หน้าบ้านใส่ตุ้มหูกางเขนด้วยล่ะก็ เฮ่อออออ ไม่รู้จะว่าไง
...ก็ของเค้าฮิทจริงๆ...
ทำไงได้ -*-
คนดูดีใส่ก็ดีไปหรอก แต่คนที่ใส่แล้วไม่เข้าก็มีมาก นั่นล่ะ msg ที่อยากจะบอก
ปล.คนที่คิดว่าเป็นตัวพ่อ แห่งการใส่ตุ้มหูแบบนี้ (คิดเอาเองว่า) น่าจะเปนแจจุง
แต่ ณ ปัจจุบัน แจจุงก็ไม่ค่อยใส่ให้เห็นแล้ว


ดูดิ เห็นไม่ชัดหรอก แต่ถ้าเปนชาวแจแฟนคลับ ก็ต้องรู้ คงจะได้สังเกตกันมั่งแหละ
แหม แล้วเราทำอะไรกันอยุ่เน้อ ชายไทย ทอมไทยทั้งหลาย
ไปขบคิดกันเอาเอง
มาต่อที่เรื่อง
เม้างานหนังสือ ถึงมันจะจบไปละ ก็ขอหน่อย
แว่วๆมาว่า สถิติการอ่านของคนไทย โดยเฉลี่ย ตกอยู่ที่ประมาณ 3 บรรทัดต่อปี!!!
แล้วไอ้ที่ไปเดินกันยุ่บยั่บในงานหนังสือนั่นมันอะไรก๊านนนน ใครก็ได้ช่วยบอกที
ฉันเปนคนนึง ที่ค่อนข้างชอบการไปเดินงานหนังสือนะ ของเยอะ แถมลดราคา ไปด้วยใจรัก มีเหล่หนุ่มบ้าง เปนงานอดิเรก แต่แหม นับวัน คนมาก็ยิ่งมากขึ้นเรื่อยๆ จนสับสน จะเดินไปทางไหนก็เดินไมได้ ต้องไหลๆตามกันไป
ก็เลยเกิดคำถาม ว่า "เค้ามาทำอะไรกัน" ยิ่งเห็นสถิตินั่นแล้วยิ่งตกใจจริงๆ
คนที่มาเยอะๆกันนั่น เค้ามาเพื่ออะไร? แล้วทำไม ถึงเดินจะเหยียบกันตาย
ปีนี้ จากการไปเดินมา 2 วัน (จากปกติปีอื่นๆต้องเกิน 3 วัน แต่ปีนี้ทนไมไหวจริงๆ)
ขอสรุปได้ว่า
- เด็กวัยรุ่นบางคน มาเพียงเพื่อจะซื้อหนังสือ "แจ่มใส" (พบว่า วัยรุ่นหญิง 80% ถุงที่ถือ มีแต่ถุงของแจ่มใส จริงๆนะ น้องไม่คิดอ่านอย่างอื่นบ้างเร้อ?) แนะนำว่า ให้แจ่มใสจัด book fair ของตัวเองขึ้นมาเลย จะช่วยลดประชากรเกรียนหญิงในงานหนังสือได้มากกว่านี้
- เด็กวัยรุ่นบางคน มาเพียงเพื่อจะเดินให้ดูคูลๆ เท่ๆ (ไม่ได้โม้ เห็นมากับตา เด็กผุ้ชาย 2คน ไม่ซื้อหนังสือซักเล่ม แต่งตัวเหมือนไปเดินแคทวอล์ค พอเจอคนเยอะ ก็บ่น "กูเบื่อแล้ว รำคาญคนเยอะ กลับเหอะ" <<< แล้วมึงจะมาทำไมวะสาดดดด)
- คนบางคน มาเพียงเพื่อมาเหล่คนขายน่ารักๆตามบูธต่างๆ (อันนี้ดิฉันเคยทำก็จริง แต่มันเปนอดีตไปแล้วค่ะ และดิฉันก็ซื้อหนังสือเสร็จแล้วด้วย ถึงไปเหล่เป็นงานอดิเรก)
- จากการค้นคว้าพบว่า ผู้ญ. มักชอบไปเหล่ผู้ชายตามห้องสมุด รึแม้แต่งานสัปดาห์หนังสือ แต่ในทางผกผัน ผู้ชาย มักจะชอบไปเหล่หญิงที่ผับบาร์ สถานที่อโคจรทั้งหลาย ดังนั้น ในงานหนังสือ จึงมีประชากรหญิง เยอะกว่าที่ควรจะเป็น โซ สาวๆจ๊ะ อย่าหวังว่าจะได้เจอชายในฝันในงานหนังสือเลย มันไม่มีจริงหรอก
- ผู้ใหญ่บางคน พาลูกเด็กเล็กแดงวัยไม่ถึง 5ขวบมาเดิน ขอถามว่า จะพามาทำไม ให้ลูกโดนเหยียบเหรอ? เด็กตัวแค่นั้น อ่านหนังสืออกแล้วรึ? ไม่เข้าจายค่ะ
- คนบางคน ลากกระเป๋า ทั้งๆที่ มองดูด้วยสายตา สามารถถือด้วยมือเปล่าก็ได้ หนังสือแค่ไม่กี่เล่ม แต่ก็จะลากกระเป๋า ให้มันทับตีนคนอื่นๆเล่นไปงั้น สบายใจดี ให้มันเดินลำบากกัน ทำให้การเดินติดขัดมากขึ้น
- คู่รักบางคู่ มาเพียงเพื่อนเดินหวีดๆกันเท่านั้น ไม่เห็นมันจะซื้อหนังสือ คาดว่าคงอยากมาเปลี่ยนบรรยากาศ จากที่เคยเดทกันที่อื่นแล้ว คงอยากมาเดทกันที่งานหนังสือมั่ง ดูเปนผู้มีการศึกษาดี ยกระดับตัวเองให้ดูดีมั๊ง คู่เดทจะได้ปลื้มใจ (ทั้งๆที่ไม่ได้สนใจหนังสือเล๊ย)
- นักอ่านบางคน เป็นมิจฉาชีพ
- พูดอีกอย่างคือ มิจฉาชีพบางคน เป็นนักอ่าน
- แต่พูดให้ถูกคือ มิจฉาชีพ มันมาเนียนๆเปนนักอ่านตะหาก!!!
อันนี้ก็เจอมากะตาค่ะ เด็กสาววัยรุ่นที่เดินข้างหน้าฉัน ถูกกรีดกระเป๋า เพราะกระเป๋าเธอใบใหญ่ และสะพายข้าง เธอตกใจวี๊ดว๊ายกะเพื่อนสาว แต่คิดว่าคงไม่ได้มีอะไรหายมั๊ง เธอถึงโล่งใจ แต่มาคิดอีกที ในกระเป๋าเธอมีพวงกุญแจ SJ ห้อยย้อยอยู่ครบ 13 พวง และมันยังอยู่ ไม่โดนกรีดไป ดังนั้น ฉันคิดว่า ที่เธอโล่งใจ คงเป็นเพราะ พวงกุญแจไม่โดนกรีด รึโดนซิวไปด้วย มากกว่าล่ะมั๊ง
คิดกันได้แค่นี้จริงๆ -*-
สุดท้าย อยากบอกว่า ถึงจะเกลียดสภาพงานหนังสือแค่ไหน แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ และก็ยังต้องไปอยู่ทุกครั้งอยู่ดี บ่นไปก็เท่านั้นเอง
และหวังว่า ปีหน้าที่เค้าทำสถิติ สถิติการอ่านของคนไทยโดยเฉลี่ย คงจะไม่ตกอยู่ที่ประมาณ 3 บรรทัดต่อปีนะคะ
อย่างน้อย ซัก 5 บรรทัด ก็ยังดีวะ -___-"
จบ
ปล.อ่านแล้วไม่พอใจ ก็ไม่ต้องด่ากันนะคะคุณ เพราะชีวิตดิฉันมันห่วยจริงๆค่ะ ไม่ต้องการคำกร่นด่าจากคนอื่นอีกต่อไป
ปล อีกนิด.ชื่อเอ็นทรี่นี้ล่อคนเข้ามาได้มากจริงๆ แผลบเดียวเคาน์เตอร์พุ่งพรวดเลย เหอๆๆๆ แต่คอมเมนท์เป็น O เช่นเคย (ต๊ายตาย 10 users online ด้วย ไม่เคยเจอออนพร้อมกันมากขนาดนี้มาก่อน ตกใจนะคะเนี่ย)
หลังจากนี้ ขอลาไปบำบัดจิตก่อน ไม่ไหวแล้วชีวิตนี้ อยู่ไปก็ไลฟ์บอย
****
***
**
*
Now tell me, who makes the rules?
Should'a been born on the Milky Way
Don't wanna belong to the world today
Oh, life's a bitch and then you die
Should'a been born on the Milky Way
I can't believe what I heard today
Oh yeah, life's a bitch and then you die











ของเจ้ามาดวลกัน ณ บัดนาว!!!!!
แ่ต่ว่าถ้าคิดว่าพวกดาราที่ว่ามาห้อยกางเขนมันแย่นัก ก็ลองนึกดูว่าถ้าพวกนั้นเปลี่ยนเป็นห้อยพระเครื่อง หรือจตุคามรามเทพดูสิ...
ดูไม่จืดเลยนะ
ปล. งานหนังสือเขาไปซื้อหนังสือกน ส่วนจะซื้อหนังสือที่อ่านมาหรือไม่นั้นก็อีกเรื่องหนึ่ง
#1 By Yymnoy on 2007-04-11 14:31